Signatures:
639

This petition is closed!

Charoen Wat-aksorn

Charoen Wat-aksorn

Phra Supoj Suwajo

Phra Supoj Suwajo

Somchai Neelapaijit

Somchai Neelapaijit

People's voices:


ถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

ต้องปฏิรูป ดีเอสไอ เพื่อสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย

โดยที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ถูกจัดตั้งขึ้นเป็นหน่วยงานในสังกัดของกระทรวงยุติธรรม ตามพระราช บัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 ให้มีอำนาจ หน้าที่ และโครงสร้างการบริหารองค์กรเพื่อการเป็น "องค์กรสหวิชาชีพที่ปฏิบัติงานเชิงรุก เพื่อป้องกัน ปราบปราม และควบคุมอาชญากรรมที่มีผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคงของรัฐ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยมุ่งอำนวยความยุติธรรม ด้วยความเชี่ยวชาญพิเศษ สุจริต โปร่งใส สร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน นั้น  ย่อมเป็นที่คาดหวังจากประชาชนทั่วไป ว่าจะเป็นหน่วยงานที่มี ประสิทธิภาพใน การปกป้องคุ้มครองสวัสดิภาพ และความผาสุกของประชาชน และผดุง ความยุติธรรมให้กับสังคมไท

นับแต่ก่อตั้งหน่วยงานนี้ขึ้นมา เราพบว่านอกจากความกระตือรือร้นในการทำคดีตามความต้องการของผู้มีอำนาจในฝ่ายการเมืองแล้ว คดีสำคัญอื่นๆที่เป็นคดี ความผิดทางอาญาพิเศษ ที่มีความซับซ้อน ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน โดยมีผู้ทรงอิทธิพลที่สำคัญเป็นตัวการ ผู้ใช้ หรือสนับสนุน ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 21 ของพรบ.การสอบสวนคดีพิเศษ กลับล้มเหลวไร้ประสิทธิผลอย่างสิ้นเชิง ดังกรณีต่อไปนี้

1) คดีการหายตัวของ ทนายความนักสิทธิมนุษยชน นายสมชาย นีละไพจิตร ตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม 2547 สำนวนคดีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำให้ศาลลงโทษจำคุกจำเลยที่ เป็นเจ้าหน้าที่ ตำรวจได้เพียงรายเดียวในความผิดฐานข่มขืนใจ (ป.อาญามาตรา 309 จำคุก 3 ปี ขณะนี้ได้รับการประกันตัวระหว่างอุทธรณ์) ส่วนจำเลยที่ เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจอีก 4 คน ถูกยกฟ้อง ดีเอสไอ รับสำนวนไปดำเนินคดีติดตามหา ทนายสมชายตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2548 ไม่ปรากฏว่า มีการสืบสวนขยายผลเพื่อ หาตัวผู้ร่วมกระทำผิดอื่น ที่สำคัญ ดีเอสไอ ถูกกล่าวหาว่าปกปิดและ ปกป้องการกระทำผิดของ เจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยกันเองและ ผู้บงการที่ อยู่เบื้องหลังมารับโทษแต่อย่างใด ที่สำคัญที่สุด ดีเอสไอ ยังไม่สามารถระบุสถานะแท้จริงของ ทนายสมชายกระทั่งปัจจุบัน ทั้ง ๆ ที่เป็นคดีใหญ่และ ประชาชนให้ความสนใจอีกทั้งส่งผลถึงการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในภาคใต้

2) คดีฆาตกรรมนายเจริญ วัดอักษร นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและนักต่อสู้เพื่อชุมชน ถูกยิงเสียชีวิตอย่างโหดเหี้ยมเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2547  ต่อมาได้มีการจับกุมมือปืนและผู้จ้างวาน รวม 5 คน ดีเอสไอเร่งรีบส่งฟ้องศาลด้วยสำนวนคดี ที่บ่งชี้มูลเหตุของการฆาตกรรมไว้เพียง แค่ความขัดแย้งส่วนตัว อันเป็นที่แคลงใจของชาวบ้านบ่อนอก เป็นอย่างยิ่งว่าพยานหลักฐาน และสำนวนคดีจะสามารถเชื่อมโยง และมีน้ำหนักพอที่จะเอาผิดจำเลย ในชั้นศาลได้หรือไม่ ทั้งยังไม่มีการสืบสวนขยายผลเพื่อหาตัวผู้บงการ ที่แท้จริงทั้งที่ปรากฏวัตถุพยาน พยานบุคลลมากมาย ที่บ่งชี้ถึงมูลเหตุแท้จริงของการฆาตกรรม ที่แม้แต่ดีเอสไอก็เคยยอมรับว่า สืบเนื่องจากการคัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน และการปกป้อง ที่ดินสาธารณะของชุมชน 

3) คดีฆาตกรรมหลวงพี่สุพจน์ สุวโจ พระนักอนุรักษ์ที่อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ถูกฟันถึงแก่มรณภาพอย่างทารุณเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2548 ประมาณ 1 ปี ที่ดีเอสไอรับผิดชอบคดีนี้กลับ ไม่สามารถแม้เพียงการตั้งสมมุติฐานการฆาตกรรมว่า เกิดจากสาเหตุใด เนื่องจากไม่อาจระบุตัวผู้ต้องสงสัย ไม่มีประจักษ์พยาน ไม่พบอาวุธ ไม่มีการเก็บวัตถุพยาน ไม่มีการเก็บหลักฐาน ในที่เกิดเหตุอย่างเพียงพอมาตั้งแต่ต้น ล่าสุด ชุดสืบสวนสอบสวนของ ดีเอสไอเพิ่งแจ้งขอสอบปากคำญาติ และผู้เกี่ยวข้องซ้ำ โดยอ้างว่ากำลังจะรื้อฟื้นคดีขึ้นใหม่

คดีทั้งสาม มีลักษณะร่วมที่สำคัญประการหนึ่งคือผู้สูญหาย และผู้เสียชีวิตเหล่านั้น ล้วนเป็นบุคคลที่ทำงานเพื่อประโยชน์สาธารณะ และต่อสู้เพื่อพิทักษ์ความเป็นธรรม ความถูกต้องอย่างกล้าหาญ ซึ่งย่อมส่งผลกระทบต่อกลุ่มผู้เสียผลประโยชน์ทั้ง ที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ นักการเมืองผู้มีอำนาจ และนายทุนอิทธิพล ในท้องถิ่น และระดับชาติอย่างรุนแรง   ดังนั้น ความล้มเหลวของ ดีเอสไอในการกวาดล้างขบวนการอาชญา-กรรมร้ายแรงเหล่านี้ ย่อมส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น ในระบบการยุติธรรมของชาติอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ อันอาจเป็นเหตุให้เกิดความรุนแรงวุ่นวายขึ้น ในสังคมในที่สุด ซึ่งรัฐบาลย่อมไม่สามารถ ปฏิเสธความรับผิดชอบนี้ได้

ด้วยเหตุนี้ พวกเราผู้มีรายชื่อข้างท้ายนี้ จึงขอเรียกร้องต่อรัฐบาลผ่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม 2 ข้อ ดังนี้

ข้อ1  ขอให้มีคำสั่งปลด พล.ต.อ.สมบัติ อมรวิวัฒน์ ออกจากตำแหน่งอธิบดี กรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยทันที ฐานหย่อนประสิทธิภาพ ไร้ความสามารถ และมีพฤติกรรมขัดขวาง กระบวนการยุติธรรมอย่างร้ายแรง

ข้อ2  ขอให้แต่งตั้งอธิบดี กรมสอบสวนคดีพิเศษ คนใหม่ ด้วยกระบวนการสรรหา ที่โปร่งใสและเปิดกว้าง เช่นเดียวกับการสรรหา ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระอื่นๆ

ทั้งนี้เพื่อมุ่งฟื้นฟูกรมสอบสวนคดีพิเศษ ให้เป็นหน่วยงานที่มีอิสระ ปลอดการครอบงำจากอำนาจหรืออิทธิพลใดๆ อันจักเป็นหนทางให้หน่วยงานนี้ มีส่วนสำคัญ ในการจรรโลงการยุติธรรม ให้บังเกิดขึ้นในสังคมสืบไป

จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาและดำเนินการ 


Dear Minister of Justice

Re: Need to reform the DSI for human rights in Thailand

The Department of Special Investigation (DSI), established under the Ministry of Justice and authorized by the Special Investigation Act 2004 with aspirations to be "an interdisplinary organization that prevents, suppresses, and controls crimes that critically affects the economy, society, and security of state, as well as the international relations, to attain justice through expertise, transparency and public trust" has raised high public expectations for justice.

Thus far, we have found that--with the exception of the vigorous pursuit of justice for the sake of ruling politicians--several cases which have been deemed "unusual crimes that are complicated, and critically affect the social stability and public morals, masterminded by influential figures" as stated in article 21 of the act, have completely failed, including the following:

1. The disappearance of human rights lawyer Somchai Neelaphaijit since 12 March 2004. With the Royal Police Commission 's indictment, only one of the defendants, who were police officers, was convicted of coercion to three years in prison (and released on bail during the appeal process), while the remaining four accomplices were acquitted. The DSI has accepted the case as a special case since July 2005 but no further attempts have been made to find other accomplices and the masterminds. Above all, up till now, the DSI has never been able to officially identify the status of the missing lawyer, even though the case has received strong attention and a solution to the disappearance of human rights lawyer Somchai would have a great impact on the violence in the south.

2. The murder of environmentalist and community leader Charoen Wat-aksorn on 21 June 2004. Two gunmen and three accomplices were arrested. The DSI rushed to conclude that it was merely due to a personal conflict. The villagers of Bo Nok very much doubt if the existing evidence and indictment ever will get the accused convicted. Moreover, no further investigation was conducted to find the masterminds, despite a litany of material evidence and witnesses pointing to the real cause of the murder, to which even the DSI once admitted: the campaign against a coal-fired power plant, and protection of the community's common land.

3. The murder of the conservationist monk Phra Supoj Suwajo in Fang district, Chiang Mai. He was brutally slashed to death on 17 June 2005. For one year, the DSI has not been able to come up with any leads: no suspects, no witnesses, no weapons and no material evidence, as a result of its initial inadequate investigation. Of late, the DSI's investigation team has called the relatives and involved persons for re-interrogation, claiming that it is reviving the case.

One of the common aspects of the three cases is that the missing and murdered were all prominent persons devoted to the common good and bravely fighting for justice, whose deeds invariably got in the way of those with vested interests, be they government officers, politicians and influential figures, local and national alike.

The failure of the DSI to quell organised crimes and terrorising acts inevitably disturbs the public confidence in the country's justice system. That may lead to ever more unrest and violence in the society, of which the government cannot deny the responsibility.

Therefore, we, the undersigned, ask the Government of Thailand through the Minister of Justice to:

1. Immediately relieve Pol. Gen. Sombat Amornvivat from the post of director general of the Department of Special Investigation, due to a lack of efficiency, incompetence, and his actions against the judicial process; and,

2. Appoint a new director general to the Department of Special Investigation through a transparent selection process with broader qualification criteria,

With the aim of improving the DSI to be independent, free from any influence and domination, so that it will be a vital part of attaining justice for people in Thailand.

Your consideration and action are appreciated.

 

AHRC home | thailand.ahrchk.net | Somchai Neelaphaijit site