กรรมาธิการเพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย - ไทยโฮมเพจ

[ไทย | English ]

| กลับสู่หน้าแรก | สมัคร เพื่อรับจดหมายเป็นภาษาไทย | Archives | AHRC โฮมเพจ

 

Search this section:

Printer Friendly Version

องค์กรสิทธิมนุษยชนร้องเรียน UN และรัฐบาลเรื่องคนหาย (01-09-2006)

แถลงข่าว

ALRC-PL-006-2006

องค์กรสิทธิมนุษยชนร้องเรียน UN และรัฐบาลเรื่องคนหาย

ฮ่องกง วันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ.2549  องค์กรสิทธิมนุษยชนร่วมกันส่งข้อมูลเรื่องคนหาย 12 รายในภาคใต้ของไทยให้กับคณะทำงานเรื่องคนหายขององค์การสหประชาชาติ เมื่อวันพุธที่ผ่านมาซึ่งเป็นวันคนหายสากล

ศูนย์ข้อมูลทางกฎหมายเอเชีย (ALRC) ร่วมกับคณะทำงานยุติธรรมเพื่อสันติภาพได้ยื่นเอกสารจำนวน 45 หน้า ซึ่งเป็นรายละเอียดเกี่ยวกับกรณีคนหาย 12 ราย  กรณีคนหายเหล่านี้มีข้อมูลเบื้องต้นว่าเจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนเกี่ยวข้อง โดยได้ส่งให้กับคณะทำงานเรื่องคนหายขององค์การสหประชาชาติไปแล้ว

ในจำนวนคนหาย 12 ราย เหตุเกิดขึ้นระหว่างปีพ.ศ. 2545-2548 ซึ่งเป็นจำนวนคนหายในรายชื่อ 23 คนที่หน่วยราชการได้ยอมรับแล้ว

ครอบครัวของคนหายได้รับเงินค่าเยียวยาจำนวน 100,000 บาท อย่างไรก็ตามพวกเขายังไม่ได้รับข้อมูลเพิ่มเติมใดใดเกี่ยวกับสืบสวนสอบสวนว่าคนที่พวกเขาลักถูกนำตัวไปที่ใด

จำนวนคนหายในภาคใต้ของไทยนั้นไม่ชัดเจนแต่เชื่อกันว่าประมาณร้อยคน แต่ครอบครัวส่วนใหญ่ยังไม่กล้าพอที่จะออกมาเปิดเผยเนื่องจากเพราะความหวาดกลัว

“เราได้รับทราบข้อมูลชุดนี้มาระยะหนึ่ง แต่เพราะครอบครัวหวาดกลัว แม้กระทั่งเพียงส่งข้อมูลให้กับทางองค์การสหประชาชาติ” นิค ชีสแมน เจ้าหน้าที่โครงการของศูนย์ข้อมูลทางกฎหมายเอเชีย (ALRC)

“ตั้งแต่ที่คุณอังคณา  นีละไพจิตร และคณะทำงานยุติธรรมเพื่อสันติภาพได้ทำงานในพื้นที่ ร่วมกับนักกิจกรรมหลายกลุ่ม ทำให้สถานการณ์ความหวาดกลัวมีน้อยลง”  นิค กล่าว

คุณอังคณา ซึ่งขณะนี้เป็นประธานคณะทำงานยุติธรรมเพื่อสันติภาพนั้นเป็นภรรยาของทนายความนักสิทธิมนุษยชน สมชาย  นีละไพจิตร ที่ถูกตำรวจลักพาตัวไปเมื่อปีพ.ศ. 2547 และอาจเสียชีวิตแล้ว    สาธารณะชนในระดับสากลยอบรับบทบาทของคุณอังคณาที่ขณะนี้ช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับครอบครัวคนหายในประเทศไทย

คณะทำงานเรื่องคนหายขององค์การสหประชาชาติได้พิจารณารับเรื่องการหายไปของทนายสมชายเพื่อทำงานร่วมกับรัฐบาลไทยแล้ว

ในวันพุธที่ผ่านมาคุณอังคณาได้พบกับอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของกระทรวงยุติธรรม  เธอได้กล่าวกับอธิบดีชาญเชาว์  ไชยานุกิจว่า ในฐานะตัวแทนของญาติผู้สูญหาย  เธอและครอบครัวขอให้รัฐบาลมีความสนใจดำเนินการเกี่ยวกับคนหายในประเทศไทยมากกว่านี้

“ไม่มีอะไรที่เราต้องการนอกจากการได้รับร่างของญาติเรากลับคืนมา” คุณอังคณากล่าว 

เธอปฎิเสธเรื่องการรับเงินช่วยเหลือ และกล่าวว่าเงินชดเชยไม่ใช่หนทางในการแก้ไขปัญหาเรื่องคนหายนอกเสียจากการชดเชยเยียวยาด้วยความยุติธรรมเท่านั้นถึงจะทดแทนได้

ในวันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2549 คุณอังคณาได้ยื่นจดหมายถึงรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษา ปฎิเสธการรับเงินค่าชดเชยเกี่ยวกับการหายไปของสามี

ในเดือนมกราคม ตำรวจนายหนึ่งได้รับการตัดสินลงโทษในความผิดที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายไปของทนายสมชาย แต่เขาก็ได้รับการประกันตัวระหว่างการอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น

ในเดือนกรกฎาคม คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนขององค์การสหประชาชาติกล่าวประนามประเทศไทยในการประกาศใช้ภาวะฉุกเฉินในพื้นที่ภาคใต้

ฟีลิป อัลสตัน ผู้รายงานพิเศษเพื่อการสังหารนอกระบบกฎหมายได้กล่าวว่า “พระราชกำหนดสถานการณ์ฉุกเฉินฉบับนี้ มีความเป็นไปได้ที่ทหารและตำรวจที่มีส่วนในการฆ่าสังหารจะไม่ต้องรับผิด”

ศูนย์ข้อมูลทางกฎหมายเอเชีย (ALRC)ได้พบว่ามีรูปแบบเชื่อมโยงระหว่างการฆ่าสังหารและการลักพาตัวในภาคใต้ เช่น

“เหยื่อของการลักพาตัวไปที่ได้ส่งให้ทางองค์การสหประชาติในวันนี้นั้น  มักจะถูกนำตัวไปขณะที่อยู่บนท้องถนน หรือจากบ้าน ทั้งเวลากลางวันและกลางคืน”

“เหยื่อส่วนใหญ่เป็นคนยากจนและเป็นชาวบ้านธรรมดาธรรมดา” นิค กล่าว

รายการด้านล่างนี้เป็นประกอบไปด้วยรายชื่อของคนหาย และเหตุการณ์โดยย่อ

ในวันพุธที่ผ่านมา  กรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย ซึ่งเป็นองค์กรคู่ขนานกับศูนย์ข้อมูลทางกฎหมายเอเชีย (ALRC)  ได้เรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของญี่ปุ่นซึ่งได้แสดงวิสัยทัศน์ความเป็นผู้นำในภูมิภาคเอเชีย เป็นผู้นำในการเข้าร่วมเป็นรัฐภาคีในอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการป้องกันคนหาย

นักสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยมีข้อร้องเรียนถึงรัฐบาลของไทยให้ลงนามในอนุสัญญาฉบับนี้ซึ่งจะมีการประชุมที่สหประชาชาติในเดือนกันยายน พ.ศ. 2549 นี้

รัฐบาลญี่ปุ่นได้แสดงท่าทีสนับสนุนกฎหมายสากลฉบับใหม่นี้อย่างจริงจัง

“ประเทศไทยเป็นประเทศตัวอย่างที่ญี่ปุ่นสามารถที่จะใช้ความสัมพันธ์ทางการทูตในระดับรัฐบาลเพื่อให้รัฐบาลไทยร่วมลงนามเป็นรัฐภาคีในอนุสัญญาต่อต้านคนหายฉบับนี้และเพื่อจัดการแก้ไขกฎหมายในประเทศให้สอดคล้องเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องคนหายในประเทศไทย” นิค กล่าว

ถ้ามีโอกาส มีหน่วยงานของรัฐในประเทศไทยเช่นกระทรวงยุติธรรม  ที่เราเชื่อว่ามีความพร้อมที่จะสามารถทำงานร่วมกับรัฐบาลญี่ปุ่นในการส่งเสริมการแก้ไขปัญหาเรื่องคนหายได้”

ศูนย์ข้อมูลทางกฎหมายเอเชีย (ALRC) ได้วิพากษ์พิจารณ์รัฐบาลไทยว่าล้มเหลวในการก่อตั้งศูนย์บุคคลสูญหายภายใต้การทำงานของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ตำรวจเป็นหน่วยงานที่ขัดขวางการทำงานของศูนย์ฯ นี้ตั้งแต่ต้น

รายชื่อกรณีคนหายที่ส่งให้องค์การสหประชาติชาติ

กรณีที่ 1 และกรณีที่ 2 นายยา เจ๊ะดอเลาะ  อายุ 45 ปี   และนายแวหะรง  รอฮิง  (อายุ 38 ปี) ชาวบ้านสองคนหายไปจากจังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2545  หลังจากได้เดินทางไปพบตำรวจสองคน

กรณีที่ 3   นายสาการียา  กาเจ อายุ 51 ปี ชาวสวน ได้รับรายงานว่าถูกลักพาตัวไปพร้อมชายอีกคนหนึ่ง โดยกลุ่มชายฉกรรจ์โดยรถปิคอัพสองคัน เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2546  ออกไปจากบ้านที่กรงปีนัง จังหวัดยะลา

กรณีที่ 4 และ 5 นายบูดีมัน วอนิ อายุ 25 ปี เป็นคนงานกรีดยาง ได้รับรายงานว่าถูกตำรวจจับกุมตัวไปเมื่อวันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2547  ขณะที่เพื่อนของเขานาย อิบราฮิม กายอ อายุ 30 ปี ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รถประจำทาง ถูกนำตัวไปจากบ้านพักในอำเภอบันนังสตา โดยกลุ่มชายฉกรรจ์โดยรถปิคอัพสองคันตอนเช้าของวันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2547

กรณีที่ 6 นายอับดุลเลาะ หะยีมะสาและ อายุ 43 ปี อาชีพมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ถูกลักพาตัวไปจากตัวเมืองยะลาพร้อมด้วยผู้โดยสารคนหนึ่งโดยรถปิคอัพสองคันในเวลากลางวันวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2548

กรณีที่ 7 นายมูฮัมหมัดไซมี กูนา  อายุ 22 ปี เป็นนักเรียนวิทยาลัยครู    หายไประหว่างเดินทางกลับบ้านที่อำเภอยะรังจาก ปัตตานีในวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2548 ในวันที่ 17 กรกฎาคม บ้านถูกค้นด้วยกองกำลังผสมและได้นำเอกสารเกี่ยวกับตัวนายมูฮัมหมัดไซมี กูนาไปทั้งหมด และได้กล่าวหาว่าเขาเป็นกลุ่มผู้ก่อการ

กรณีที่ 8 นายอับดุลวาเฮะ บานิง  อายุ 24 ปี เป็นนักเรียน ถูกทำให้หายไปในวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2548 ระหว่างทางกลับบ้านจากปัตตานี-ยะลา

กรณีที่ 9-12 เป็นกลุ่มเพื่อน 4 คน ชื่อนายมูฮำหมัด เซ้นเหร้น  อายุ 22 ปี  นายอับดุลเลาะ สาหลำ อายุ 21 ปี             นายแวไซนุง  แวนาแว อายุ 22 ปี นาย กูอาหมัด อบีเสน อายุ 21 ปี ทั้งหมดหายไปขณะที่เดินทางด้วยกันในรถปิคอัพหนึ่งคัน ที่อำเภอปากาฮารัง จังหวัดปัตตานี  ในเวลากลางคืนของวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ 2548  มีรายงานว่าเด็กกลุ่มนี้ถูกตำรวจตามอยู่

****************

ศูนย์ข้อมูลทางกฎหมายแห่งเอเชีย ALRC มีสถานภาพเป็นที่ปรึกษาทั่วไปของสภาทางเศรษฐกิจและสังคมของสหประชาชาติ มีวัตถุประสงค์ในการสร้างความเข้มแข็งและสนับสนุนการทำงานเชิงสร้างสรรค์ในประเด็นด้านกฎหมายและสิทธิมนุษยชน ในภูมิภาคเอเชีย ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ  ALRC มีสำนักงานที่ประเทศฮ่องกง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Posted on 2006-09-01



remarks:6

 

คณะกรรมาธิการเพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย

For any suggestions, please email to support@ahrchk.net.

2 users online
1423 visits
1817 hits