กรรมาธิการเพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย - ไทยโฮมเพจ

[ไทย | English ]

| กลับสู่หน้าแรก | สมัคร เพื่อรับจดหมายเป็นภาษาไทย | Archives | AHRC โฮมเพจ

 

Search this section:

Printer Friendly Version

เอเชีย – ทนายสมชาย นีละไพจิตร ได้รับรางวัลนักสิทธิมนุษยชนของ AHRC เป็นคนที่สอง

20 กุมภาพันธ์ 2549

AS-027-2006

แถลงการณ์โดย กรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย AHRC

เอเชีย – ทนายสมชาย นีละไพจิตร ได้รับรางวัลนักสิทธิมนุษยชนของ AHRC เป็นคนที่สอง

วันนี้ 20 กุมภาพันธ์ 2549 คณะที่ปรึกษาของคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย AHRC ได้คัดเลือก ทนายสมชาย นีละไพจิตร เป็นบุคคลที่สองที่ได้รับรางวัลนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน เพื่อเป็นเกียรติประวัติต่อการทำงานอันไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยตลอดชีวิต ในการนำความยุติธรรมมาสู่เหยื่อของการถูกละเมิดสิทธิในประเทศไทย

ทนายสมชายเป็นนักสิทธิมนุษยชน และนักต่อสู้เพื่อสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษยชาติ งานของเขาส่วนมากเป็นการว่าความให้แก่ลูกความที่ถูกรังแกโดยเจ้าหน้าที่รัฐ เขาเผชิญหน้ากับรัฐโดยปราศจากความกลัว และประสบผลสำเร็จเป็นอย่างสูง และไม่ลังเลที่จะพยายามทุกวิถีทางในการนำเจ้าหน้ารัฐมารับผิดในการกระทำอันมิชอบ

ก่อนที่จะถูกลักพาตัวในวันที่ 12 มีนาคม 2004 ทนายสมชายได้ว่าความให้แก่ผู้เสียหายจากการถูกทรมานโดยตำรวจ และถูกกักขังโดยปราศจากการตั้งข้อกล่าวหา เขาได้ร้องเรียนไปยังเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงถึงการทรมานและประกาศต่อสาธารณะว่าเป็นการกระทำของตำรวจ นอกจากนี้ยังได้เป็นผู้นำในการล่ารายชื่อ 50,000 รายชื่อ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกกฎอัยการศึกที่ใช้อยู่ในภาคใต้ ในขณะนั้น

วันที่ 12 มกราคม 2549 ศาลอาญา กรุงเทพ แถลงคำตัดสินว่าทนายสมชายถูกลักพาตัว และผู้ต้องหาซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหนึ่งในห้านายถูกตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาข่มขืนใจใช้กำลังประทุษร้าย ตามมาตรา 309 ภายใต้แรงกดดันอันรุนแรงทำให้นายกรัฐมนตรีของไทยประกาศหลังจากนั้นว่า ทนายสมชายถูกสังหารแล้ว และคาดว่าภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์จะสามารถสืบสวนหาหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อนำมาใช้ในการแจ้งข้อหาฆาตกรรมได้ อย่างไรก็ตาม จนขณะนี้ดูเหมือนรัฐจะยังไม่สามารถหาหลักฐานได้เพียงพอที่จะนำไปสู่ข้อหาดังกล่าว จากที่คดีนี้เป็นที่สนใจของประชาชนเป็นอันมาก รัฐบาลจึงต้องพยายามสร้างความกระจ่าง แม้ว่าทนายสมชายจะเสียชีวิตแล้ว แต่คำอธิบายตามกระบวนการกฎหมายอย่างถูกต้องเป็นธรรมยังเป็นสิ่งที่ผู้คนต้องการ

คดีทนายสมชายได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของการต่อต้านการถูกอุ้มหาย ไม่เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้นแต่ทั่วทั้งภูมิภาคเอเชีย AHRC เชื่อว่าชื่อเสียงของทนายสมชายและสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาในระยะยาวจะนำไปสู่ความสนใจในระดับโลก การมอบรางวัลในครั้งนี้เป็นก้าวเล็กๆ ก้าวหนึ่งที่นำไปสู่จุดหมายดังกล่าว

กรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย AHRC และหน่วยงานคู่ขนาน ศูนย์ข้อมูลทางกฎหมายแห่งเอเชีย ALRC ได้เข้ามามีส่วนร่วมกับคดีนี้ตั้งแต่วันที่เขาหายตัวไป ได้สนับสนุนการรณรงค์ของสมาชิกในครอบครัวและภาคส่วนอื่นๆ ไปจนถึงการสังเกตการณ์คดีในศาลจนตลอดกระบวนการ

ภรรยาทนายสมชาย คุณอังคณา นีละไพจิตร ได้พยายามต่อสู้เรียกร้องความยุติธรรมให้แก่สามีของเธออย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย กล้าหาญที่จะวิพากษ์วิจารณ์การทำงานอันไม่มีประสิทธิภาพของรัฐ และเป็นตัวแทนของครอบครัวผู้สูญหายอื่นๆ อีกมากมายในประเทศไทย เธอได้ประกาศอย่างชัดเจนว่าจะต่อสู้เพื่อสามีของเธอตลอดไปไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น นอกจากการมอบรางวัลให้ทนายสมชายแล้ว AHRC ยังขอปรบมือให้กับการอุทิศตนของคุณอังคณา ที่มีความหาญกล้าอันน่ายกย่องในการต่อกรกับปัญหาการกระทำผิดอย่างลอยนวลโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ

คณะกรรมการบริหารได้เลือกวันนี้เป็นวันมอบรางวัลเพื่อเป็นวาระร่วมกับการสัมนาประเด็นหลักธรรมนูญแห่งเอเชีย ว่าด้วยเรื่อง หลักนิติธรรม ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศฮ่องกงระหว่างวันที่ 16 – 21 กุมภาพันธ์ 2549 อันเป็นการสัมมนาของทนายความ อดีตผู้พิพากษา และนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน กว่าสามสิบคน ตลอดทั่วภูมิภาค โดยทนายสมชายได้รับการเสนอชื่อให้รับรางวัลในวันที่ 12 มกราคม 2549 ซึ่งเป็นวันเดียวกับวันที่ศาลอ่านคำพิพากษา โดยผู้เสนอชื่อได้แก่ นางสาวพรเพ็ญ คงขจรเกียรติ แห่งคณะทำงานเพื่อปกป้องนักสิทธิมนุษยชน และนายนิก ชีสแมน เจ้าหน้าที่โครงการของ AHRC

คุณอังคณายินดีที่จะรับรางวัลนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนของ AHRC ครั้งนี้แทนสามี ในวันที่ 10 มีนาคม 2549 ที่กรุงเทพ เพื่อเป็นการระลึกถึงวาระสองปีของการหายตัวไปของเขาด้วย

และเพื่อเป็นการแสดงความเคารพให้กับโอกาสดังกล่าว กรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย เรียกร้องให้รัฐบาลไทยให้เกียรติแก่วาระนี้ด้วยการสร้างความกระจ่างต่อคดี ดังที่เคยให้คำมั่นไว้ เจ้าหน้าที่รัฐทราบดีอยู่แล้วว่า คำถามที่ว่า  “ทนายสมชายหายไปไหน?” จะยังคงถูกถามต่อไป และจะมีผู้ถามมากขึ้น ตามจำนวนวันเวลาที่ผ่านพ้นไป ผู้กระทำการลักพาตัวและผู้สังหารต้องถูกจับ ถูกพิจารณาคดีผ่านกระบวนการศาล และถูกตัดสินโทษ ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของทนายสมชายเท่านั้น แต่เพื่อเหยื่อของการถูกอุ้มหายทุกคนในแผ่นดินไทย และนอกจากนั้นยังเพื่อใครก็ตามที่ความยุติธรรมยังเป็นเพียงแค่ความฝัน

นอกจากนี้กรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย ยังขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทยเข้าเป็นภาคีในอนุสัญญาต่อต้านการทรมาน รวมทั้งอนุสัญญาฉบับใหม่ว่าด้วยการปกป้องบุคคลที่ถูกทำให้หายตัวไปในทุกรูปแบบ และบัญญัติกฎหมายภายในให้ถือว่าการอุ้มหายและการทรมานเป็นอาชญากรรม เพื่อเป็นการแสดงถึงเจตนารมย์ของรัฐบาลในการตั้งใจจริงที่จะขจัดการละเมิดสิทธิอันรุนแรงนี้ และหากทำได้จริงก็จะสามารถยกระดับความน่าเชื่อถือของรัฐบาลในระดับภูมิภาค เพื่อภาพลักษณ์ของรัฐบาลเองและประโยชน์ของประชาชนทั่วไป

ทนายสมชาย นีละไพจิตร

เกิดวันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2494 หลังจากจบการศึกษา ประกอบอาชีพทนาย ได้ทำคดีมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคดีด้านสิทธิมนุษยชนที่ทนายส่วนมากมักจะปฏิเสธ เช่น คดีที่ชาวบ้านถูกกล่าวหาละเมิดสิทธิมนุษยชนในภาคใต้ คดีคนพม่าลี้ภัยการเมือง และอีกคดีที่สำคัญคือ ชาวอิหร่านกลุ่มหนึ่งถูกจับในข้อหาเป็นผู้วางระเบิดสถานทูตอิสราเอลในประเทศไทย และในที่สุด คดีได้รับการยกฟ้อง เมื่อปี 2538 และก่อนหายตัวไป ในปี 2547 เขาเป็นผู้นำในการรณรงค์ให้เกิดการยกเลิกกฎอัยการศึกในภาคใต้ และยังได้ให้การต่อสาธารณะถึงการที่ลูกความของเขาถูกตำรวจทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรงในระหว่างถูกกักขัง

ทนายสมชายเป็นรองประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน สภาทนายความ เป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งและประธานชมรมนักกฎหมายมุสลิม ที่เสนอให้การช่วยเหลือทางกฎหมายโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ในคดีสิทธิมนุษยชน เป็นที่ปรึกษาของคณะอนุกรรมการความยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สมาชิกวุฒิสภา ปี 2546 เขาได้รับรางวัลนักสิทธิมนุษยชนดีเด่นจากสภาทนายความ และเดือนมิถุนายน 2548 เขาได้รับรางวัลเกียรติคุณ ทองใบ ทองเปาว์ ทนายสมชายมีภรรยา คุณอังคณาและบุตรสี่คน

รางวัล นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน AHRC

กรรมาธิการสิทธิมนุษยชนตระหนักดีว่าการเคารพสิทธิและเสรีภาพจะเข้มแข็งขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีผู้ที่อุทิศตนเองต่อสู้ด้วยความเชื่อมั่นในหลักการดังกล่าว ฉะนั้น บุคคลดังกล่าวจึงสมควรได้รับการยกย่อง ด้วยเหตุนี้ AHRC จึงจัดให้มีการมอบรางวัลตามโอกาส ให้แก่บุคคลที่เหมาะสม ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อจึงต้องเป็นบุคคลหรือผู้แทนที่ AHRC ร่วมงานอย่างใกล้ชิดในช่วงระยะเวลาหนึ่ง และเป็นผู้ที่แสดงให้เห็นว่า การได้รับรางวัลนั้นเป็นมีนัยยะเชิงสัญลักษณ์ที่สำคัญ โดยใครก็ตามสามารถเสนอชื่อโดยตรงไปยังผู้อำนวยการ AHRC เพื่อเข้าสู่การพิจารณาของกรรมการบริหาร ซึ่งมีสิทธิและอิสระที่จะรับหรือปฏิเสธการมอบรางวัล

รางวัลสำหรับนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนครั้งที่หนึ่ง ได้มอบให้แก่ นายไมเคิล แอนโทนี เฟอร์นันโด ในปี 2546 เพื่อเป็นการระลึกถึงการต่อสู้เพื่ออิสรภาพขั้นพื้นฐานในศรีลังกา จากการที่เขาพยายามอธิบายถึงหลักแห่งเสรีภาพต่อหน้าศาล ทำให้เขาถูกจำคุกในข้อหาหมิ่นศาลเป็นเวลาเก้าเดือน เขาได้รับรางวัลจากการกระทำอันหาญกล้า และอุทิศตนเพื่อพิทักษ์สิทธิแห่งมนุษยชน  การมอบรางวัลครั้งที่สองแด่ทนายสมชายเกิดขึ้นด้วยเหตุผลเดียวกัน     

###

กรรมาธิการสิทธิมนุษยชน AHRC เป็นองค์กรพัฒนาเอกชนในระดับภูมิภาค ทำงานด้านการตรวจสอบและรณรงค์สิทธิมนุษยชนในเอเชีย มีสำนักงานอยู่ที่ประเทศฮ่องกง ตั้งขึ้นปี 2537

Posted on 2006-02-20



remarks:8

 

คณะกรรมาธิการเพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย

For any suggestions, please email to support@ahrchk.net.

2 users online
2654 visits
3420 hits